beowulf

วันนี้เนื่อเรื่องสั้นไปหน่อย แถมไม่มีภาพประกอบ ต้องขออภัยด้วยครับ


ดาบเสียบหิน

.............ดาบเป็นอาวุธคู่กายของนักรบมาตั้งแต่ครั้งโบราณ ยิ่งในยุคกลางของทวีปยุโรป ดาบของบรรดาอัศวินเกาะเหล็กมีความหมายลึกซึ้งถึงขนาดเป็นอาวุธคู่ใจด้วย เพราะมีรูปลักษณ์เหมือนไม้กางเขนในศาสนาคริสต์นั้นเอง ดาบแต่ละเล่มของอัศวินดัง ๆ มักจะมีชื่อเรียกเป็นการเฉพาะและได้รับการยกย่องประดุจสิ่งศักดิ์สิทธิ์เพราะมีการลง
วิญญาณไว้เสมอ คตินิยมนี้เป็นที่เชื่อถือกันแพร่หลายในยุโรปและเอเชีย อีกทั้งพระแสงดาบยังเป็นเครื่องราชกกุธภัณฑ์ขององค์พระมหากษัตริย์ส่วนพระแสงดาบของจักรพรรดิ์ญี่ปุ่นนั้น เชื่อกันว่าเทวดาประทานให้เลยทีเดียว

ดาบของจอมกษัตริย์หรือจอมอัศวินที่มีชื่อเสียงโด่งดังมานมนานตราบเท่าทุกวันนี้ ได้แก่ดาบดูรันเดล (Durandel) ของวีรบุรุษโรแลนด์ใช้ป้องกันคริสต์จักรในยุโรปให้แคล้วคลาดปลอดภัยจากการรุกรานของพวกแขกมัวร์ ดาบจอยเยอร์ส (Joyeuse) ของกษัตริย์ชาร์ลมาญแห่งฝรั่งเศส ซึ่งส่งทอดต่อมาถึงกษัตริย์เมืองน้ำหอมทุกพระองค์ จนกระทั่งปัจจุบันได้เก็บรักษาอยู่ในพิพิธภัณฑ์ลูฟร์ ดาบบัลมุงก์ (Balmung) ดาบพลังสายฟ้าของซิกฟรีดตัวเอกในตำนานของชาวเยอรมัน

บีโอวูลฟ์ (Beowulf) วีรบุรุษของชาวแองโกล-แซกซอนก็มีดาบประจำตัวที่มีอานุภาพลี้ลับชื่อฮรันติ้ง (Hrunting) ใช้สำหรับสยบยักษ์มารต่าง ๆ ส่วนดาบไทยที่เรารู้จักกันดีก็คือดาบฟ้าฟื้นในเรื่องขุนช้างขุนแผนไงครับ แต่ดาบที่มีชื่อเสียงสุด ๆ คงไม่พ้น ดาบเอ็กซคาลิเบอร์ของกษัตริย์อาเธอร์ ประมุชของอัศวินโต๊ะกลมไปได้ ตามตำนานเล่ากันว่าอาเธอร์ได้ครอบครองดาบเล่มนี้โดยสามารถกระชากดาบขึ้นจากการเสียบแ
น่นอยู่ในก้อนหินได้ ในขณะที่อัศวินอื่น ๆ ไร้บุญญาบารมีถึงจะร่างใหญ่แข็งแรงกว่า ก็ไม่อาจทำให้ดาบวิเศษเล่มนี้ขยับได้เลย

ดาบเอ็กซคาลิเบอร์ (Excalibur) เป็นเพียงเรื่องเล่าขาน จริงเท็จอย่างไร ไม่มีใครกล้ายืนยัน แต่ดาบที่ปักแน่นอยู่ในก้อนหินแบบเดียวกันกับดาบของกษัตริย์อาเธอร์ก็มีอยู่จริง ๆ ที่ประเทศอิตาลี ตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 11 โน่น โดยอยู่ในโบสถ์ซานกัลกาโน (San Galgano) ชานเมืองเซียน่า

ตามประวัติศาสตร์เล่าว่าอัศวินหนุ่มเมืองมะกะโรนีนายหนึ่งรูปงามนามเพราะว่า กัลกาโน กุยด๊อตติ เขาเป็นคนประเภท เจ้าชู้ประตูดิน แก่และสาวเกี้ยวสิ้นไม่เลือกหน้า บวกกับฝีมือเก่งกาจในเชิงดาบที่เฉียบคมพอ ๆ กับฝีปากในเชิงรักไม่ผิดกับดอนฮวนเลยสักนิดเดียว อัศวินหนุ่มที่มีชื่อสกุลขึ้นต้นด้วยสอง G รายนี้จึงฉวยโอกาสพร่าพรหมจรรย์สาวแก่แม่หม้ายเป็นว่าเล่น โดยไม่สนว่าจะเป็นลูกใคร เย็นวันหนึ่ง ขณะที่เขาขี่ม้าเข้าไปในป่าเพื่อแอบพลอดรักกับสาวเจ้าตามที่นัดไว้ ระหว่างทางนั้นเองนักบุญไมเคิลก็ปรากฏร่างให้เห็นโดยมีรัศมีสว่างเจิดจ้าอยู่รอบ ๆ ตัว ทำเอาทั้งม้าทั้งคนต๊กใจโหมะเลย นักบุญขอให้เขายุติพฤติกรรมโฉดและหันหลังให้กับชีวิตเสเพลทางโลกีย์ กัลกาโนหนุ่มอยากลองของกับนักบุญจึงยอมว่ายินดีปฏิบัติตามหากเขาสามารถปักดาบลึกลงไป
ในก้อนหินได้ เขาพูดไปอย่างนั้นเอง เพราะรู้ดีอยู่แล้วว่าเป็นมิสชั่น อิมพอสสิเบิล

พูดจบก็ดีดตัวลงจากหลังม้าชักดาบแทงสวบลงไปในก้อนหินใหญ่ข้างทาง ...น่าอัศจรรย์อย่างยิ่งที่ดาบเสียบพรวดลงไปในหินอย่างง่ายดาย กรรมของกัลกาโน จำต้องยอมสละโลกีย์สุข เลิกสำส่อน หันมาสร้างกระท่อมพักอยู่ข้าง ๆก้อนหินนั้นและสวดมนต์ภาวนาทุกค่ำเช้าต่อหน้าดาบที่มีลักษณะเหมือนไม้กางเขน

อัศวินหนุ่มมีชีวิตอยู่อย่างสงบสุขจวบจนวาระสุดท้ายในปี ค.ศ.1118 และได้รับสถาปนาเป็นนักบุญจากโป๊ปลูซิอุสที่ 3 ส่วนโบสถ์กัลกาโนถูกสร้างขึ้นภายหลังเพื่อคร่อมแทนหินศักสิทธิ์ให้อยู่ยั่งยืนยงชั่ว
ลูกชั่วหลานนั่นเอง ดาบฝรั่งจะมีชื่อเสียงเฉพาะตัวอย่างไร อย่างเก่งก็ประเทศละเล่ม ซึ่งสู้ดาบไทยไม่ได้ โด่งดังกันทั้งหมู่บ้านเชียว ก็ ดาบอรัญญิกของจังหวัดอยุธยาไงครับ........
-----------------------------------------
ข้อมูลจาก
หนังสือต่วยตูน
http://xchange.teenee.com/index.php?showtopic=40346