ประวัติเทพของจีน

posted on 07 Jan 2008 19:35 by anubiscross in God

1.เง็กเซียนฮ่องเต้

แนวคิดของการเกิดสวรรค์ของจีนเป็นนิทานที่คนจีนสร้างเอง นั้นมีการตั้งชื่อว่า พ่วงโก้วคายทีเพ็กตี่ แปลว่า พ่วงโกว่ผู้ขยายฟ้าแยกดิน ภาษาจีนกลางเรียกว่า ปันกู กล่าวเล่าว่าในสมัยนั้นมีการเรียกพระเจ้าว่า เง็กอ๊วง เรียกเต็มยศว่า เง็กเซียนฮ่องเต้ มีนิทานเล่าว่าหลังจากที่เง็กเซียนฮ่องเต้แยกฟ้าแยกดินแล้ว วันหนึ่งเขาได้พบกับไท้ง้วงบ้อ หรือไท้ง้วงเลียบ้อ เรียกสั้นๆว่า เจ้าแม่หยกหรือเจ้าแม่ทิพย์ แล้วมีอะไรกัน (อย่า! คิดมาก) แล้วก็เกิดซัมอ๊วงหรือเจ้าทั้งสามและโหงวตี่หรือ
กษัตริย์ทั้งห้าต่อมาษัตริย์ทั้งห้าในภายหลัง คือ กษัตริย์ยุคโบราณทั้งห้าพระองค์ บางตำราได้กล่าวว่าเง็กเซียนฮ่องเต้นั้นถือกำเนิดเอง บางตำรากล่าวว่ากษัตริย์ อึ๊งตี่ เมื่อตายไปได้เป็นเง็กเซียนฮ่องเต้ มีความคิดหลากหลายจินตนาการเกี่ยวกับเรื่องนี้

เรื่องนี้เกิดจากที่ คุณ พ่วงโก้ว ได้สร้างโลกแล้ว มีผู้หญิงคนหนึ่งชื่อ นึ่งออ หรือ หนี่วา ได้หยิบดินมาปั้นเป็นตุ๊กตาคนเล่น เมื่อเห็นว่าน่ารักดีจึงปั้นเยอะขึ้น ตัวนั้นก็สวย ตัวนี้ก็สวย เธอปั้นจนเหงื่อเธอหยด บังเอิญจริงเหงื่อเจ้ากรรมดั้นหยดบนตุ๊กตาที่เธอปั้น ทำให้ตุ๊กตานั้นมีชีวิตและมีการขอบคุณเจ้าแม่หนี่วาว่าเป็นผู้สร้างตน จึงได้ชื่อว่าเจ้าแม่หนี่ว่าผู้สร้างมนุษย


2.หนี่วา

เรื่องเล่าของหนี่วาตามตำนานจีนมีอยู่มากมาย บางตำนานเล่าว่าหนี่วาเป็นพี่น้องกับฝูซี อยู่บนโลกกันสองคนพอทั้งสองเริ่มเติบโตก็คิดว่าหากปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไปหลังจากทั้งสองตายไป

แล้วโลกอันสวยงามนี้คงไม่มีคนอยู่ดูชม ทั้งสองจึงได้แต่งงานกันเป็นสามีภรรยาและให้กำเนิดมนุษย์ขึ้นมา แต่เนื่องจากการแต่งงานระหว่างพี่น้องเป็นเรื่องที่ผิด ต่อมาหนี่วาจึงห้ามไม่ให้พี่น้องแต่งงานกันอีก เรื่องนี้ก็เลยกลายเป็นต้นกำเนิดของประเพณี
การแต่งเอาคนนอกครอบครัวเข้าบ้านของคนจีน บางตำนานก็เล่าว่าหนี่วาให้ผู้สร้างมนุษย์จากดินสีเหลือง โดยปั้นเลียนแบบรูปร่างหน้าตาของตัวเอง หลังจากนั้นก็เป็นผู้สร้างสังคมของมนุษย์ขึ้นมา ยังมีบางตำนานที่เล่าว่าหนี่วาเป็นผู้ที่บูรณะโลกมนุษย
์จากผลของการต่อสู้กันของเทพและภัยธรรมชาติต่างๆ บางตำนานก็เล่าว่าหนี่วาเป็นเทพเจ้าแห่งเสียงเพลง มาจนบัดนี้ก็ยังไม่หลักฐานยืนยันลำดับก่อนหลังของตำนานเหล่านี้



ตำนานของหนี่วาที่ถูกนำมาเล่าสู่กันฟังมากที่สุด 2 เรื่องคือ

1. หนี่วาผู้สร้าง
ตามตำนานส่วนใหญ่ไม่ได้เล่าว่าหนี่วาเป็นผู้สร้างทุกสิ่งทุกอย่างบนโลก ส่วนใหญ่จะเล่ามาเป็นผู้สร้างมวลมนุษย์ เป็นผู้สร้างโลกใหม่หลังเกิดหายนะขึ้นบนโลก ตำนานเล่าว่าหนี่วามีช่วงชีวิตอยู่ตอนที่โลกเพิ่งเกิดขึ้น หนี่วารู้สึกเหงาเพราะไม่มีสิ่งมีชีวิตอื่นอาศัยอยู่บนโลกเลย ดังนั้นจึงคิดที่จะสร้างสิ่งมีชีวิตขึ้นมา

หลังจากนั้นหนี่วาก็เริ่มสร้างสิ่งมีชีวิตขึ้นทีละวันๆ วันแรกสร้างไก่ วันที่สองสร้างสุนัข วันที่สามสร้างแกะ วันที่สี่สร้างหมู วันที่ห้าสร้างวัว วันที่หกสร้างม้า และวันที่เจ็ดหนีวาได้ใช้ดินเหลืองผสมกับน้ำปั้นสิ่งมีชีวิตเลียนแบบหน้า
ตาของตนขึ้นมากลายเป็นมนุษย์ พอปั้นเสร็จมนุษย์เหล่านั้นก็กระโดดโลดเต้น หนี่วาเห็นดังนั้นจึงรู้สึกดีใจหลังจากนั้นหนี่วาก็สร้างมนุษย์ไปเรื่อยๆ ทีละวันๆ พอสร้างไปได้หลายร้อยตัว หนี่วาจึงรู้สึกว่าวิธีนี้ค่อนข้างช้า หนี่วาจึงคิดหาวิธีใหม่โดยการน้ำเอาเชือกจุ่มลงในดินโคลน จากนั้นยกขึ้นมาสะบัด เศษโคลนที่หลุดจากเชือกก็ตกลงสู่พื้นแล้วกลายเป็นมนุษย์

ต่อมาหนี่วาอยากให้มนุษย์สามารถมีชีวิตคงอยู่ต่อไปบนโลกนี้ได้ จึงสอนให้มนุษย์เหล่านั้นรู้จักความสัมพันธ์ระหว่างพี่น้อง และรู้จักการแต่งงานเป็นสามีภรรยาเพื่อกำเนิดเชื้อสายสืบพันธ์ต่อไป (บางตำนานเล่าว่าหนี่วากับฝูซีแสดงให้ดูเป็นตัวอย่าง)

2. หนี่วาปิดฟ้า (อุดรูรั่วของฟ้า)
ตามตำนานเล่าว่าเมื่อนานมาแล้วมีเทพ 2องค์ คือเทพไฟ และเทพน้ำทะเลาะและต่อสู้กัน ต่อมาเทพน้ำแพ้ จึงรู้สึกอับอายจึงเอาหัวโขกไปที่ภูเขาปู้โจว ทำให้ภูเขาปู้โจวพังทลาย ไม่คิดว่าเขาปู้โจวจะเป็นเสาหลักที่ค้ำจุนฟ้าดินอยู่ หลังจากภูเขาปู้โจวพังทลายลงทำให้ฟ้าดินแปรปรวน ฟ้าเอียงไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ดินเอียงไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ภูเขาและผืนป่าถูกไฟทำลาย เกิดน้ำท่วมไปทั่วทุกหนแห่ง ปีศาจก็ออกมาทำร้ายผู้คน มนุษย์ประสบกับภัยพิบัติอันใหญ่หลวง

หนี่วาเห็นดังนั้นก็รู้สึกเจ็บปวดมากจังตั้งใจที่จะอุดรูรั่วของฟ้า เพื่อที่จะอุดรูรั่วนี้หนี่วาได้ใช้หินห้าสีมาหลอมรวมกัน
เพื่อทำการเชื่อมต่อและอุดรูรั่วของฟ้า หลังจากนั้นได้ตัดขาทั้งสี่ของเต่ายักษ์มาค้ำจุนฟ้า แต่ดูเหมือนว่าหนี่วาจะไม่สามารถทำสำเร็จสมบูรณ์ได้ ฟัาดินยังเอียงอยู่เล็กน้อยทำให้เกิดปรากฏการณ์ที่ดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์และดวงดาวเคลื่อนที่ไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ และน้ำในแม่น้ำไหลไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้

3.เจ้าแม่กวนอิม

เจ้าแม่กวนอิม พระโพธิสัตว์ ของพระพุทธศาสนา ฝ่ายมหายาน เป็นองค์เดียวกันกับพระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ในภาษาสันสกฤต ซึ่งมีต้นกำเนิดจากพระสูตรมหายานในอินเดีย และได้ผสมผสานกับความเชื่อพื้นถิ่นดั้งเดิมของจีน คือตำนานเรื่องพระธิดาเมี่ยวซ่าน ก่อให้เกิดเป็นพระโพธิสัตว์กวนอิมในภาคสตรีขึ้น เพื่อแสดงออกถึงความอ่อนโยน และแสดงถึงความเมตตากรุณาให้เด่นชัดยิ่งขึ้นดังเช่นความรักของมารดาที่มีต่อบุตร ซึ่งเป็นการผสมผสานกลมกลืนทางความเชื่อที่ปราศจากข้อขัดแย้ง เนื่องจากในสัทธรรมปุณฑรีกสูตรได้อธิบายว่า พระอวโลกิเตศวรนั้นสามารถแบ่งภาคเพื่อโปรดสรรพสัตว์ได้มากมายทั้งปางบุรุษและสตรี และเป็นธรรมดาของพระโพธิสัตว์มหายานที่เมื่อเข้าไปสู่ดินแดนอื่นทั้งทิเบต จีน หรือญี่ปุ่น ย่อมผสมผสานกลมกลืนได้กับเทพท้องถิ่นนั้น ๆ อย่างในกรณีพระอวโลกิเตศวรนี้ Sir Charles Eliot ได้ตั้งข้อสังเกตว่า "คงเนื่องมาจากความสับสนทางความคิดของชาวจีนในยุคนั้น ซึ่งบูชาเทพเจ้าต่างๆ ของตนอยู่แล้ว และเมี่ยวซ่านก็เป็นเทพวีรชนดั้งเดิมอยู่ก่อน พออารยธรรมพระโพธิสัตว์จากอินเดียแผ่เข้าไปถึง ได้เกิดการผสานทางวัฒนธรรมเปลี่ยนชื่อเสียงคงไว้เพียงแต่คุณลักษณะต่าง ๆ พอให้แยกออกว่าเป็นพระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์"
พระโพธิสัตว์กวนอิม (ประสูติ 19 เดือนยี่จีน) ชาติสุดท้ายเป็น ราชธิดานาม เมี่ยวซ่าน เดิมเป็นเทพธิดา มาจุติยังโลกมนุษย์เพื่อมาช่วยปลดเปลื้องทุกข์ภัยแก่มวลมนุษย์ เป็นราชธิดาองค์สุดท้ายของกษัตริย์ เมี่ยวจวง ซึ่งมีราชธิดา 3 องค์ องค์โตชื่อ เมี่ยวอิม องค์รองชื่อ เมี่ยวหยวน เยาว์วัยเป็นพุทธมามกะ รู้แจ้งในหลักธรรมลึกซึ้ง ตั้งพระทัยแน่วแน่จะบำเพ็ญภาวนา เพื่อหลุดพ้นสังสารวัฏ ออกบวชวันที่ 19 เดือน 9 พระเจ้าเมี่ยวจวงไม่เห็นด้วย จะบังคับให้เลือกราชบุตรเขย เพื่อจะได้สืบทอดราชบัลลังก์ต่อไป แต่เจ้าหญิงเมี่ยวซ่านไม่สนพระทัยเรื่องลาภ ยศ สรรเสริญ อันจอม