ตำนานการนับถือผี

posted on 05 Jan 2008 19:48 by anubiscross in Ghost

มูลเหตุในการนับถือผี

กล่าวคือ คนมอญมีการนับถือผีมาแต่โบราณกาล ก่อนจะได้ยอมรับนับถือศาสนาพุทธเสียอีก
(และคงเป็นเช่นเดียวกันกับชนชาติอื่น ๆ ทั่วไป) จึงมีการนับถือผีควบคู่ไปกับการนับถือศาสนาพุทธ
ต้นกำเนิดในการถือผีนั้นมีตำนานที่บอกเล่าสืบกัน

ตำนานที่ 1

“สมัยพุทธกาล เศรษฐีผู้หนึ่งมีภรรยา 2 คน ต่อมาภรรยาน้อยให้กำเนิดลูก 2 คน
ภรรยาหลวงอิจฉาภรรยาน้อย จึงฆ่าลูกภรรยาน้อยตาย
และภรรยาหลวงกับภรรยาน้อยคู่นี้เมื่อตายไปก็พยาบาทจองเวรฆ่าลูกของอีกฝ่าย
สลับกันไปทุกชาติ ชาติสุดท้ายฝ่ายหนึ่งเกิดเป็นผี อีกฝ่ายเกิดเป็นมนุษย์
ต่างมีลูกด้วยกันทั้งคู่ ฝ่ายผีไล่ตามกินลูกมนุษย์ มนุษย์จึงหนีไปพึ่งพระพุทธเจ้า
ซึ่งประทับอยู่ ณ เวฬุวันมหาวิหาร พระองค์ทราบความเป็นมาโดยตลอดด้วยพระอภิญญาณ
จึงโปรดแสดงพระธรรมเทศนาแก่นางผีตนนั้น ให้เห็นกรรมดีกรรมชั่ว ผลร้ายของการอาฆาตพยาบาทจองเวรซึ่งกันและกัน

จนนางผีและมนุษย์คิดได้ เลิกจองเวรกัน
ต่อมานางผีได้ไปอยู่กับมนุษย์ ช่วยเหลือนางมนุษย์และชาวเมืองทั้งหลาย บังเกิดผลดีมีโภคทรัพย์สมบูรณ์มั่งคั่ง จึงกลายเป็นประเพณีสืบต่อกันมาของชาวมอญในการนับถือผีบ้านผีเรือน”

สิ่งที่สนับสนุนตำนานดังกล่าวก็คงจะได้แก่ เนื้อหาในการรำผีนั้นช่วงหนึ่งเป็นการกล่าวถึงผีบ้านผีเรือน ที่มีภรรยา 2 คน แสดงถึงฐานะทางสังคมที่ต่างกัน

ตำนานที่ 2

“ในสมัยพุทธกาล ยังมีครอบครัวหนึ่งเมื่อบิดาสิ้นชีวิตแล้ว
ยังเหลือมารดาและบุตรชายคนหนึ่ง บุตรของนางเป็นคนขยันหมั่นเพียรช่วยเหลือกิจการงานทุกอย่างทั้งที่นาและที่บ้าน
วันหนึ่งมารดาได้ไปสู่ขอหญิงสาวคนหนึ่งมาเป็นภรรยา
แต่หญิงคนนั้นเป็นหมันไม่สามารถจะมีบุตรสืบตระกูลได้ มารดาจึงได้ปรารภกับลูกชายว่า
จะนำหญิงสาวคนอื่นมาเป็นภรรยาของเขาอีก หญิงหมันได้ยินคำสนทนาของสองแม่ลูกเช่นนั้นจึงคิดว่า ถ้าแม่สามีไปสู่ขอหญิงสาวคนอื่นมาให้แก่สามีนางจริง
ภรรยาใหม่จักเบียดเบียนเราและใช้เราอย่างทาส เราจะจัดการหาหญิงสาวมาเป็นภรรยาของเขาด้วยตัวเราเองดีกว่า
จึงได้ไปยังตระกูลหนึ่งชี้แจงเรื่องราวให้ทราบ และได้สู่ขอหญิงสาวคนหนึ่งมาไห้สามี
เพื่อหวังให้สามีและภรรยาใหม่มีบุตรสืบตระกูลต่อไป

ต่อมาภรรยาใหม่ตั้งครรภ์ หญิงหมันจึงเอายาผสมอาหารให้กิน
เพื่อให้ทารกในครรภ์แท้ง เมื่อเธอตั้งครรภ์ครั้งที่ 2 ก็ได้ทำเช่นเดียวกัน
พอครั้งที่ 3 ครรภ์แก่มาก หญิงหมันจึงได้เอายาผสมให้กิน ครรภ์ไม่อาจแท้ง ทารกนอนขวางท้องเธอได้รับทุกขเวทนาอย่างหนัก จนกระทั่งได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา
ก่อนสิ้นชีวิตได้ตั้งความปรารถนาไว้ว่า

“เราถูกหญิงหมันทำลายทารกถึง 3 ครั้ง
เมื่อตายไปแล้วขอให้ไปเกิดเป็นยักษิณีเพื่อจะได้เคี้ยวกินทารกของมันบ้าง”

เมื่อเธอตายแล้วได้ไปเกิดเป็นแมวในเรือนของหญิงหมันนั้น
ฝ่ายหญิงหมันถูกสามีจับได้ว่าเป็นคนทำความชั่วดังกล่าว จึงถูกฆ่าให้ตายตกตามกันไป
และได้ไปเกิดเป็นแม่ไก่ในเรือนนั้นเช่นกัน
เมื่อแม่ไก่ตกฟองไข่ แม่แมวก็มากินฟองไข่หมด แม่ไก่ตกฟองครั้งที่ 2 ครั้งที่ 3
แม่แมวก็มากินจนหมดทุกครั้ง แม่ไก่เจ็บแค้นใจ จึงตั้งความปรารถนาว่า
แม่แมวกินฟองไข่ของเราถึง 3 ครั้งแล้ว เมื่อเราตายไปขอให้ได้เกิดเป็นแม่เสือเหลืองเถิด
เพื่อจะกินลูกของมัน เมื่อแม่ไก่ตายไปก็ได้เกิดเป็นแม่เสือเหลืองสมความตั้งใจ
ฝ่ายแม่แมวได้ตายไปเกิดเป็นแม่เนื้อ
พอแม่เนื้อตกลูก แม่เสือเหลืองก็มากินลูกของแม่เนื้อถึง 3 ครั้ง แม่เนื้อตายไปเกิดเป็นยักษิณี
ฝ่ายแม่เสือเหลืองตายไปเกิดเป็นหญิงสาวตระกูลหนึ่งในเมืองสาวัตถี
เมื่อหญิงสาวแต่งงานแล้วก็ได้ไปอยู่บ้านของสามี เธอคลอดลูกคนหนึ่ง
ยักษิณีก็ได้มาจับลูกของเธอกิน คนที่ 2 ก็ถูกกินอีกเช่นกัน พอตั้งครรภ์ในหนที่ 3
นางได้พูดกับสามีว่าจะกลับไปคลอดลูกที่บ้านเกิด
เพราะถ้าคลอดลูกที่นี่จะต้องถูกยักษิณีจับกินอีกแน่

ฝ่ายยักษิณีหลังกลับจากเวรส่งน้ำให้ท้าวเวสสุวัณ จึงรีบกลับมาเพื่อจะจับลูกของเธอกินอีก
เมื่อไม่พบจึงถามชาวบ้าน ได้ทราบว่า เธอกลับไปคลอดลูกที่บ้านเกิด จึงได้ผูกเวรอย่างไม่ลดละ
พลางคิดว่า ไม่ว่ามันจะไปที่ไหนๆ จะไม่พ้นจากเงื้อมมือของเราไปได้
จึงได้วิ่งตรงไปยังบ้านของเธอในทันที ขณะนั้นเธอกำลังยืนให้ลูกดื่มนมอยู่
พอเห็นนางยักษิณีก็จำได้จึงอุ้มลูกวิ่งมุ่งเข้าไปภายในพระวิหาร

ในขณะนั้น พระพุทธเจ้ากำลังแสดงธรรมอยู่ในท่ามกลางพุทธบริษัท
เธอได้วางลูกลงใกล้พระบาทของพระองค์ พร้อมกับทูลว่า
หม่อมฉันขอถวายบุตรคนนี้แด่พระพุทธองค์ ขอได้โปรดช่วยชีวิตแก่บุตรของหม่อมฉันด้วยเถิด
ยักษิณีไม่อาจวิ่งเข้าไปในพระวิหารได้ เพราะสุมนเทพผู้สิงอยู่ที่ซุ้มประตูไม่อนุญาติให้เข้าไป
พระพุทธองค์จึงตรัสสั่งให้พระอานนท์ไปเรียกเข้ามา หญิงสาวร้องไห้เพราะกลัว
พระพุทธองค์ตรัสปลอบใจเธอว่า
“เธออย่าร้องไห้เลย ยักษิณีจงมาเถิด” แล้วตรัสต่อไปอีกว่า

“ถ้าพวกเจ้าไม่มาสู่สำนักของพระพุทธเจ้าผู้เช่นกันกับเราด้วยแล้ว
เวรของพวกเจ้าจักตั้งอยู่ตลอดชั่วกัลป์ เหมือนเวรของงูกับพังพอน ของหมีกับไม้สะคร้อ
และเวรของกากับนกเค้า เพราะเหตุไรพวกเจ้าถึงได้จองเวรแก่กันและกันเล่า
เพราะเวรย่อมระงับด้วยการไม่จองเวร แต่เวรหาระงับด้วยการจองเวรไม่”

ดังนี้เมื่อยักษิณีได้ฟังพระพุทธดำรัสดังกล่าวแล้วก็ตั้งอยู่ในโสดาปัตติผล
ไม่คิดจะกินบุตรของเธออีก งดจองเวรตั้งแต่บัดนั้นมา
พระพุทธองค์ได้ตรัสสั่งให้หญิงสาวพายักษิณีไปสู่เรือน ให้บำรุงเลี้ยงด้วยข้าวต้มข้าวสวยอย่างดี เธอได้ปฏิบัติเช่นนั้น
เมื่อยักษิณีได้รับการเอาใจใส่อย่างดีจึงระลึกถึงอุปการะคุณความดีงามของเธอ
คิดหาหนทางตอบแทนคุณ โดยบอกให้ทราบในแต่ละปีว่า
“ปีนี้ฝนดีจงปลูกข้าวกล้าในที่ดอน ปีนี้ฝนแล้ง จงปลูกข้าวกล้าในที่ลุ่ม” เป็นต้น
ข้าวกล้าของคนอื่นเสียหายเพราะน้ำมากไปบ้าง
เพราะน้ำน้อยไปบ้าง ส่วนของเธอไม่เสียหาย ได้ผลสมบูรณ์เต็มที่
ชาวบ้านจึงถามถึงสาเหตุว่าทำไมเธอจึงทำนาได้ผลดียิ่ง เธอได้ชี้แจงว่า
ยักษิณีบอกให้ทำนาในที่ลุ่มหรือที่ดอนเพราะรู้ว่าจะมีฝนแล้งหรือฝนดี
ถ้าพวกท่านนำโภชนะมีข้าวต้มข้าวสวยอย่างดีไปให้แล้ว
เขาคงโปรดปรานระลึกถึงอุปการะคุณของพวกท่านและบอกถึงเรื่องฝนฟ้าให้
และจะคุ้มครองแลดูการงานของพวกท่านด้วยเช่นกัน
ตั้งแต่นั้นมา ชาวเมืองทั้งหลายก็ได้พากันทำสักการะ นำข้าวต้ม ข้าวสวย
สิ่งของต่างๆไปให้แก่ยักษิณี เมื่อนางได้รับการเคารพนับถือ
ได้รับการเอาใจใส่อย่างดีจากชาวเมือง จึงบอกเรื่องฝนให้ชาวเมืองทราบในแต่ละปี
ชาวเมืองทำนาได้ผลดียิ่ง ดังนั้น ยักษิณีจึงมีลาภสักการะและมีคนเคารพนับถือมาก

ตำนานที่กล่าวมาข้างต้นนั้นนอกจากจะเป็นเรื่องเล่าแห่งมูลเหตุในการนับถือผี
สังเกตุได้ว่าการอธิบายความโดยตำนานนั้นก็พยายามผูกเข้ากับเรื่องของพุทธศาสนา
มีพระพุทธเจ้าเข้ามาเกี่ยวข้องในตำนาน
นับว่าเป็นการประสานความเชื่อเรื่องผีที่มีอยู่แต่เดิมเข้ากับพุทธศาสนา
ให้อยู่ร่วมกันได้อย่างกลมกลืน

ผีในทัศนะของคนมอญแยกออกได้เป็น 2 ประเภท คือผีทั่วไป ผีเจ้าที่เจ้าทาง ผีไม่มีญาติ
พระภูมิเจ้าที่ ทั้งผีดีและผีร้าย ผีประจำหมู่บ้าน ชาวมอญเรียกว่า กะล่กกวาน
อีกประเภทหนึ่งคือผีบรรพบุรุษ ชาวมอญเรียกว่า กะล่กฮ๊อย
ซึ่งนับว่าเป็นการกตัญญูรู้คุณต่อบรรพบุรุษประการหนึ่ง
คนมอญเคารพและเชื่อถือผีบ้านอย่างมาก มีการเซ่นสรวงเป็นประจำ
หากบ้านใดละเลยเชื่อว่าจะทำกินไม่ขึ้นและอาจพบเคราะห์ร้ายรวมทั้งภัยพิบัติ

------------------------------------------------

ข้อมูลจาก 

http://xchange.teenee.com/lofiversion/index.php/t60326.html 

 

Comment

Comment:

Tweet

Hello! Good Site! Thanks you! jzoxmhlcvbcrzx

#8 By nievihqagm (212.107.116.240) on 2008-01-28 08:30

น่ากลัวค่ะ

#7 By นานา (117.47.2.34) on 2008-01-06 17:21

อืม การจองเวรนี่จริงๆ พึ่งรู้ความเป็นมานะนี่

ตอนนี้จะว่าไปการนับถือผีก็ยังมีอยู่เลย

confused smile

#6 By ปู๊น~ปู๊น on 2008-01-06 11:48

อ่านไปอ่านมา มาติดใจที่ว่า
ออกเสียง "กะล่กกวาน กับ กะล่อฮ๊อย"ไม่ถูก แหะๆ

#5 By lullscreen on 2008-01-06 10:43

การจองเวร อาฆาต พยาบาท ทำให้เกิดเรื่องราวตามมามากมายsad smile

#4 By Meowzilla Zilla on 2008-01-05 23:05

ความเป็นมาเป็นไป น่าสนใจดีแฮะฮับ big smile

#3 By DDP on 2008-01-05 22:48

บรื๊ออออออออออออ

#2 By PUMP201 on 2008-01-05 20:06

ความอาฆาตไม่พยาบาทนั่นล่ะ ที่ทำให้จองเวร กัน

ขอบคุณสำหรัเรื่องดีๆ ค่ะ

เพิ่งรู้ที่มาของผีเรือนนะเนี่ย - -*