อิกโนเบล สุดยอดงานวิจัยสุดเพื้ยน


ขณะที่คนส่วนใหญ่ในโลกมัวแต่ให้ความสนใจกับรางวัลโนเบลอันทรงเกียรติ คนกลุ่มเล็ก ๆ กลุ่มหนึ่งซึ่งเชิดชูความคิดสร้างสรรค์และความสามารถเฉพาะตัว (ห้ามเลียนแบบ) กลับตั้งตารอผลรางวัล "อิกโนเบล" รางวัลที่บางคนฟังแล้วบอกว่าสุดเพี้ยน เพราะมันอาจทำให้คุณต้องลงไปหัวเราะตัวงออยู่บนพื้นสองสามนาที ก่อนจะคิดได้อีกทีว่า เจ้างานวิจัยประหลาด ๆ นี่แหละ มันจุดประกายให้คุณนึกสนใจวิทยาศาสตร์ขึ้นมาเสียแล้ว

ในวันเดียวกับที่คณะกรรมการตัดสินรางวัลโนเบล เริ่มประกาศชื่อผู้ทรงคุณวุฒิที่ได้รับรางวัลโนเบลประจำปี 2003 เป็นวันแรก กลุ่มคณะกรรมการสติเฟื่องผู้ตัดสินรางวัล "อิกโนเบล" (Ig Nobel) ก็จัดงานประกาศผลรางวัลประจำปีครั้งที่ 13 ขึ้นที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด เมื่อวันที่ 2 ต.ค. ด้วยเช่นกัน

"อิกโนเบล" ไม่ใช่รางวัลสำหรับนักวิชาการผู้ทรงเกียรติ แต่เป็นรางวัลที่แสดงความยกย่อง จากการคิดค้นสิ่งที่ "ไม่อาจหรือไม่ควรลอกเลียนแบบได้" ซึ่งโดยปกติมักเป็นเรื่องสร้างสรรค์ที่ชาวบ้านเขาไม่คิดกัน และจะทำให้คนหัวเราะขันทันทีที่ได้ฟังครั้งแรก แต่หลังจากนั้นก็จะกระตุ้นให้ใครที่ได้ยิน หันมาสนใจเรื่องเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ การแพทย์ และเทคโนโลยี


อิกโนเบลสาขาวิศวกรรม ตกเป็นของเอ็ดเวิร์ด เมอร์ฟี และจอร์จ นิโคลผู้ล่วงลับ ซึ่งคิดค้นหลักการสุดเก๋าขึ้นมาเมื่อปี 1949 ว่า "ถ้ามีวิธีทำอะไรมากกว่าสองทางขึ้นไป และหนึ่งในนั้นเป็นหนทางไปสู่หายนะ ก็จะต้องมีใครสักคนที่เลือกทางนั้นเสมอ" หรือพูดเป็นภาษาชาวบ้านง่าย ๆ ก็คือ ถ้ามีอะไรผิดพลาดได้ มันก็จะผิดพลาด

ผู้คว้ารางวัลสาขาฟิสิกส์ไป คือทีมนักวิจัยออสเตรเลีย ที่ทำงานวิจัยเรื่อง "การวิเคราะห์แรงที่ต้องใช้ในการลากแกะไปบนพื้นผิวต่าง ๆ กัน"

รางวัลสาขาการแพทย์ เป็นของกลุ่มนักวิทยาศาสตร์จากยูนิเวอร์ซิตี้ออฟลอนดอน ที่แสดงให้เห็นว่า " สมองส่วนฮิปโปแคมปัส ซึ่งเป็นส่วนที่เกี่ยวพันกับการนำทาง ของคนขับรถแท็กซี่ในลอนดอน มีขนาดใหญ่กว่าสมองส่วนดังกล่าวของคนปกติ" ขณะที่สาขาจิตวิทยา มอบให้กับสองนักวิทยาศาสตร์จากยูนิเวอร์ซิตีออฟโรม และนักวิทยาศาสตร์จากสแตนฟอร์ดยูนิเวอร์ซิตี ซึ่งตีพิมพ์งานวิจัยเรื่อง "บุคลิกพื้น ๆ อันเป็นเอกลักษณ์ของนักการเมือง"

รางวัลสาขาเคมี ตกเป็นของ ยูคิโอะ ฮิโรเสะ จากมหาวิทยาลัยคานาซาวะ ในญี่ปุ่น จากการศึกษาว่า ทำไมรูปหล่อสัมฤทธิ์บางชิ้นในเมืองที่เขาอยู่ ถึงไม่มีนกพิราบมาเกาะเหมือนรูปหล่ออื่น ๆ บ้าง ส่วนเจ้าของรางวัลอิกโนเบลสาขาสหวิทยาการ ได้แก่คณะนักวิจัยจากสต็อกโฮล์มยูนิเวอร์ซิตี ที่เสนอรายงานว่า "ไก่ชอบคนหน้าตาดีมากกว่า"

รางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ เป็นของ ลัล พิหารี จากอุตตรประเทศ อินเดีย สำหรับความสำเร็จ 3 ประการคือ ประการแรก เขายังดำเนินชีวิตต่อไป หลังจากถูกทางการประกาศว่าตายแล้วตามกฎหมาย ข้อสอง เขาทำการรณรงค์หลังการตายอย่างแข็งขัน ด้วยการต่อต้านความเฉื่อยชาของระบบราชการ และฟาดฟันกับบรรดาญาติ ๆ งกสมบัติ ข้อสุดท้ายก็คือเขาเป็นผู้ก่อตั้ง "สมาคมคนตาย" สำหรับคนที่ถูกรัฐประกาศว่าตายไปแล้วทั้งที่ยังมีลมหายใจขึ้นมา"

จอห์น ทริงคอส นักวิชาการจาก ซิกคลินสคูลออฟบิวซิเนส ในนิวยอร์ก รับรางวัลสาขาวรรณกรรมไป เนื่องจากเขาคนนี้อุตส่าห์เก็บบันทึกรายละเอียดพฤติกรรมน่ารำคาญและผิดปกติต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน อาทิ สัดส่วนของวัยรุ่นที่สวมหมวกเบสบอลโดยหันปีกหมวกไปด้านหลัง, สัดส่วนของคนเดินถนนที่สวมรองเท้าผ้าใบสีขาว และสถิติสำคัญอื่น ๆ รวม 80 รายการ

สาขาเศรษฐศาสตร์ จะเป็นของใครไปไม่ได้ นอกจากคาร์ล ชวาร์ซเลอร์ และเมืองลิคเทินสไตน์ เพราะเขาสร้างความเป็นไปได้ในการ "เช่าเมืองทั้งเมือง เพื่อใช้เป็นสถานที่จัดประชุมของบริษัท จัดงานแต่งงาน พิธีทางศาสนา หรือการจัดเลี้ยงอื่น ๆ"

รางวัลสุดท้ายคือรางวัลสาขาชีววิทยา รางวัลนี้รับรองว่าคาดไม่ถึง เพราะเจ้าของรางวัลคือ ซี ดับเบิลยู โมไลเกอร์ จากพิพิธภัณฑ์ในร็อตเตอร์ดัม เนเธอร์แลนด์ เป็นผู้ทำการบันทึกทางวิทยาศาสตร์ที่ค้นพบเป็นครั้งแรก ของการร่วมเพศกับซากศพของเพศเดียวกันในเป็ดป่า



บทคัดย่อของการศึกษาระบุว่า เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน ปี 1995 เป็นป่าเพศผู้ตัวหนึ่ง (ดูภาพประกอบ) บินชนกระจกพิพิธภัณฑ์และเสียชีวิต แต่หลังจากที่เป็ดป่าอีกตัวมาพบ มันก็ทำการขืนใจศพเป็ดตัวแรกอยู่นานต่อเนื่องถึง 75 นาที และเมื่อผู้ทำงานวิจัยเดินไปดูใกล้ ๆ ด้วยความสงสัย เมื่อนำมาผ่าดูจึงพบว่าเหยื่อการกระทำชำเรานั้นเป็นเป็ดเพศผู้เหมือนกัน ทำให้สรุปได้ว่า เป็ดป่าได้ "พยายามข่มขืน" และนำไปสู่กรณีการรักร่วมเพศซึ่งพบเป็นครั้งแรก

อ่านดูแล้วคิดเอาเลยเถอะว่ามันเพี้ยน แต่ทำให้สนใจอยากรู้เรื่องวิทยาศาสตร์ ฯลฯ อย่างเขาว่าหรือเปล่า

รางวัลอิกโนเบลสาขาวรรณกรรมประจำปี 1999 เป็นของสถาบันมาตรฐานอังกฤษ สำหรับเอกสารระบุวิธีชงชาที่เหมาะสมความยาว 6 หน้ากระดาษ ส่วนรางวัลสาขาการแพทย์ในปีเดียวกันนั้น เป็นของคุณหมอชาวนอร์เวย์ ที่รวบรวมและศึกษาประเภทของภาชนะที่คนไข้ใช้ใส่ตัวอย่างปัสสาวะมาให้ตรวจ

รางวัลสาขาสถิติ ปี 1998 ตกเป็นของงานวิจัยเรื่อง "ความสัมพันธ์ระหว่างความสูง, ความยาวขององคชาติ, และขนาดของเท้า ส่วนรางวัลสาขาสันติภาพ

ปี 1997 ยกให้รายงานของฮาโรลด์ ฮิลแมน ที่ชื่อว่า "ความเจ็บปวดที่อาจเกิดขึ้น ระหว่างการสังหารด้วยวิธีต่าง ๆ"!


อัลโนเบล 2004

เมื่อคืนวันพฤหัสบดีที่แล้ว ก่อนที่คณะกรรมการตัดสินรางวัลโนเบล จะทยอยประกาศชื่อผู้ทรงคุณวุฒิที่ได้รับรางวัลโนเบลประจำปี 2004 เมื่อวันจันทร์ (4) กลุ่มคณะกรรมการสติเฟื่องผู้ตัดสินรางวัล "อิกโนเบล" (Ig Nobel) ก็จัดงานประกาศผลรางวัลประจำปีครั้งที่ 14 ขึ้น ที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด โดยมีผู้เข้าร่วมพิธีมากมาย และเจ้าของรางวัลโนเบลตัวจริงเป็นผู้มอบรางวัลให้

"อิกโนเบล" ไม่ใช่รางวัลสำหรับนักวิชาการผู้ทรงเกียรติ แต่เป็นรางวัลที่แสดงความยกย่อง จากการคิดค้นสิ่งที่ "ไม่อาจหรือไม่ควรลอกเลียนแบบได้" ซึ่งโดยปกติมักเป็นเรื่องสร้างสรรค์ที่ชาวบ้านเขาไม่คิดกัน และจะทำให้คนหัวเราะขันทันทีที่ได้ฟังครั้งแรก แต่หลังจากนั้นก็จะกระตุ้นให้ใครที่ได้ยิน หันมาสนใจเรื่องเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ การแพทย์ และเทคโนโลยี

ยกตัวอย่างผู้ที่ได้รับรางวัลอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัวในปีนี้ ได้แก่ ศาสตราจารย์ด้านสังคมศาสตร์ 2 คน ที่ค้นพบความเชื่อมโยงระหว่างเพลงแนวคันทรี่กับการฆ่าตัวตาย, คุณหมอที่หาคำตอบได้ว่าทำไมห่วงฮูลาฮูปถึงแกว่งติดเอวคนอยู่ได้, อดีตเจ้าหน้าที่ตำรวจที่คิดค้นวิธีหวีผมปิดหัวล้าน, รวมถึงเด็กสาววัย 17 ปี ที่ทำการทดสอบทางวิทยาศาสตร์เพื่อพิสูจน์แนวคิด "เชื้อโรคยังไม่เห็น" เป็นคนแรกด้วย

ตัวอย่าง


เพลงคันทรี่กับการฆ่าตัวตาย

เจมส์ กันด์แลช นักสังคมศาสตร์จากมหาวิทยาลัยออเบิร์น ในรัฐแอละแบมา กับสตีเวน สแต็ค จากเวยน์สเตท ยูนิเวอร์ซิตี ในดีทรอยต์ เตือนว่า ใครที่มีอารมณ์หดหู่ควรจะหลีกเลี่ยงไม่ฟังเพลงแนวคันทรี่ เพราะเพลงแนวนี้สามารถเพิ่มความเสี่ยงการฆ่าตัวตายได้ ซึ่งคณะกรรมการอิกโนเบลก็เห็นคุณค่าของงานวิจัยของทั้งคู่ และมอบรางวัลสาขาการแพทย์ให้

แนวคิดการวิจัยเริ่มมาจากการที่กันด์แลชและนักศึกษาของเขาสังเกตเห็นว่า อัตราการฆ่าตัวตายในเมืองแนชวิลล์ รัฐเทนเนสซีนั้นสูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ เมื่อพิจารณาปัจจัยต่างๆ ที่เกี่ยวพันกับการใช้ชีวิตตัวเอง อาทิ การหย่าร้าง อัตราการว่างงาน และสัดส่วนของคนที่นับถือศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิกอยู่มาก และทุกคนในชั้นเรียนก็สงสัยว่า เพลงคันทรี่ที่คนเมืองนี้ชอบฟังอาจเป็นสาเหตุที่อยู่เบื้องหลัง

การวิจัยต่อมายืนยันแนวคิดดังกล่าว จากการวิเคราะห์เนื้อเพลงคันทรี่พบว่า ส่วนใหญ่จะเกี่ยวกับเรื่องรักคุด การดื่มเหล้าเป็นทางออกของปัญหา และความสิ้นหวังเกี่ยวกับการงานและการเงิน ซึ่งล้วนแต่เกี่ยวพันกับการฆ่าตัวตายทั้งสิ้น นอกจากนี้แฟนเพลงคันทรี่ส่วนใหญ่ยังมีปืนในครอบครองด้วย

และเมื่อศึกษาอัตราการฆ่าตัวตายในเขตเมืองใหญ่ 49 แห่ง กันด์แลชกับสแต็คพบว่า อัตราการฆ่าตัวตายเพิ่มขึ้นเป็นสัดส่วนตามจำนวนคลื่นวิทยุที่เปิดแต่เพลงคันทรี่



ทรงผมปิดหัวล้าน




รางวัลอิกโนเบลสาขาวิศวกรรมศาสตร์ เป็นของแฟรงค์ และโดนัลด์ สมิธ สองพ่อลูกที่คิดค้นวิธีหวีผมปิดหัวล้าน และทำการจดลิขสิทธิ์วิธีหวีผมแบบ "comb-over" เอาไว้เมื่อปี 197

วิธีการหวีผมปิดหัวล้านให้ได้ดี คือ ต้องแบ่งผมที่มีอยู่น้อยนิดเป็น 3 ส่วน แล้วค่อยๆ หวีจากด้านที่เลี้ยงผมไว้ยาวซ้อนทับมายังด้านที่ผมบางที่สุด ฮีตเธอร์ สมิธ อดัมส์ หลานปู่ของโดนัลด์ สมิธ เล่าว่า สมัยเด็กๆ เธอไม่เคยรู้เลยว่าปู่ของเธอนั้นหัวล้าน เพราะท่านใช้วิธีหวีผมแบบนี้และทำได้เนียนมาก สมควรจะให้ยกย่องจริงๆ


คาราโอเกะกับสันติภาพ



คณะกรรมการตัดสินรางวัลอิกโนเบล ยกรางวัลสาขาสันติภาพให้กับไดสุเกะ อิโนะอุเอะ จากญี่ปุ่น เจ้าของผลงานการคิดค้นคาราโอเกะ โดยให้เหตุผลว่า เครื่องเล่นคาราโอเกะนั้นทำให้คนเรียนรู้วิธีใหม่ ที่จะมีน้ำอดน้ำทนกับคนอื่นๆ



เชื้อโรคยังไม่เห็น!


จูเลียน คลาร์ก เป็นผู้โชคดีอีกคนที่ได้รับรางวัลอิกโนเบลในปีนี้ โดยรายงานเรื่อง "กฎ 5 วินาที" ที่เธอทำการศึกษาในโครงการภาคฤดูร้อนสำหรับเด็กอัจฉริยะ ทำให้สาวน้อยวัย 17 รับรางวัลสาขาสาธารณสุขไปครอง

"กฎ" ที่คลาร์กทำการศึกษา คือความเชื่อที่ว่าแม้อาหารจะตกพื้นไปแล้ว แต่ถ้าเราหยิบกลับขึ้นมาได้ภายใน 5 วินาที เราก็ยังกินอาหารพวกนั้นได้อย่างปลอดภัย เทียบกับบ้านเราแล้วก็น่าจะเป็นแนวคิดเดียวกับที่คนไทยบอกว่า "เชื้อโรคยังไม่เห็น" หรือ "เชื้อโรคยังไม่ตื่น" นั่นเอง

คลาร์กพบว่า 70% ของผู้หญิง และ 56% ของผู้ชายต่างคุ้นเคยกับกฎนี้ และไม่ลังเลที่จะหยิบอาหารจากพื้นขึ้นมากินถ้ามันตกลงไปไม่นาน นอกจากนี้ยังพบว่าขนมหวานมักจะถูกหยิบขึ้นมากินมากกว่าผัก และเมื่อศึกษากันจริงๆ แล้ว พวกคุกกี้และลูกอมก็มีจุลชีพในระดับที่น้อยกว่าในผักสด เนื้อ หรือชีส

อาจารย์ของโครงการที่ช่วยเธอก้มๆ เงยๆ ทำการศึกษาตามพื้นมหาวิทยาลัยยังบอกว่า ผลการทดลองที่ได้นั้นน่าทึ่ง เนื่องจากพื้นอาคารในมหาวิทยาลัยนั้นสะอาดปราศจากเชื้อโรคอย่างไม่น่าเชื่อ จึงอาจกล่าวได้ว่าจูเลียนเป็นคนแรกที่ช่วยพิสูจน์ว่าอาหารที่ตกพื้นแล้วอาจไม่สกปรกมากอย่างที่เราคิด

แต่น่าเสียดายที่วงการวิทยาศาสตร์อาจไม่ได้ดาวเด่นไว้ประดับอีกดวง เพราะสาวน้อยคนนี้ตัดสินใจแล้วว่าเธอจะเรียนต่อในสาขาการเงิน




รางวัลอื่นๆ ที่น่าสนใจในปีนี้ ได้แก่ อิกโนเบลสาขาฟิสิกส์ ที่ตกเป็นของ ราเมช ปาลาสุปรามาเนียม และไมเคิล เทอร์วีย์ สองนักฟิสิกส์ที่ใช้ระบบติดตามการเคลื่อนไหวแม่เหล็กไฟฟ้า หาคำตอบว่าเหตุใดห่วงฮูลาฮูปถึงแกว่งติดเอวของคนอยู่ได้

รางวัลสาขาเคมีนั้นยกให้บริษัทโคคา-โคลาประเทศอังกฤษ ผู้ผลิตน้ำดื่ม Dasini ที่ถูกจับได้ว่าใช้น้ำจากแม่น้ำมาผลิตเป็นน้ำแร่ แต่บริษัทชี้แจงว่า น้ำดื่มนี้ผ่านกรรมวิธีสร้างความบริสุทธิ์อันสลับซับซ้อนก่อนบรรจุขวด และเจ้ากรรมวิธีที่อ้างว่าเป็นแบบเดียวกับที่องค์การนาซาใช้ในการทำน้ำให้บริสุทธิ์นี่แ