เดอเมสธิดแมลงผีดิบ
posted on 18 Nov 2007 20:18 by anubiscross in Animal
เดอเมสธิด แมลงผีดิบ
"เดอเมสธิด"
คือชื่อแมลงที่อันตรายที่สุดในโลกในขณะนี้
เพราะมันคือแมลงร้ายที่สามารถฉีกกินเนื้อหนังของสัตว์ต่าง ๆ
จนถึงกระดูกได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด
ซากศพที่ถูกมันรุมทึ้งกินเนื้อหนังและเลือดสด
ๆ นั้นจะกลายสภาพเป็นโครงกระดูกสีขาวเนียนชวนสยอง
ยิ่งกว่าการแล่เนื้อเถือหนังของยอดฝีมือถลกหนังรายใด ๆ ในโลกนี้
และตอนนี้พวกมันกำลังถูกนำตัวมาใช้ในงายวิจัยของพิพิธภัณฑ์แห่งหนึ่ง
ของสหรัฐอเมริกาอยู่โดยที่งานหลัก ๆ ของมันก็คือทำหน้าที่กัดกินซากสัตว์หลายชนิดจนเหลือแต่โครงกระดูกที่สมบูรณ์ที่สุดเพื่อที่จะได้
ทำงานวิจัยอย่างสบายมือ
และเมื่อทำงานเสร็จแต่ละชิ้นงานนั้นพวกมันก็จะถูก "ทำลาย"
ด้วยสารเคมีรุนแรงเพื่อให้แน่ใจว่า
พวกมันจะไม่กระจัดกระจายออกไปก่อกรรมทำเข็ญกับสิ่งมีชีวิตนอกพิพิธภัณฑ์นั่นเอง
แมลงที่มีชื่อว่า
เดอเมสธิด นี้เรื่มเป็นที่รู้จักกันในหมู่นักวิจัยของพิพิธภัณฑ์ The
American Museum of Natural History
(พิพิธภัณฑ์อเมริกันเพื่อประวัติศาสตร์ธรรมชาติ) ในช่วงทศวรรษที่ 1930
(ราว 70 ปีก่อน)
โดยที่ช่วงเวลานั้นทางพิพิธภัณฑ์กำลังรอรับสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมบางชนิดที่ถูกส่งตัว
มาจากทวีปแอฟริกาอย่างใจจดใจจ่อ
หากแต่การส่งสัตว์ที่ต้องการมาทางเรือนั้นใช้เวลาในการเดินทางนานพอใช้
และเมื่อเรือมาถึงอเมริกาก็ปรากฏว่าสัตว์ที่ถูกส่งมาทางเรือนั้นกลายสภาพเป็นกองกระดูกขาวโพลนไปหมด เรียกว่าตอนออร์เดอร์กันได้ออร์เดอร์สัตว์เป็น ๆ แต่พอมาถึงจุดหมายปลายทาง ก็กลายเป็นกองกระดูกขาวโพลนแหงแก๋เสียนี่
ที่น่าตกใจก็คือนักวิจัย(ในสมัยนั้น)ได้พบกับแมลงกินเนื้อหนังสุดโหดที่ชื่อ เดอเมสธิด

จากการทดลองและวิจัยเกี่ยวกับแมลงนี้อย่างเนิ่นนาน
ทำให้ได้ข้อสรุปหลายประการจากแมลงที่มีความยาวราว 5-7
มม.เหล่านี้ว่าพวกมันมีประโยชน์ต่อพิพิธภัณฑ์ด้วยเช่นกัน
ไม่ใช่ว่าจะมีแต่อันตรายอย่างเดียว
นั่นก็คือทางส่วนงานที่เรียกว่า
กองพิพิธภัณฑ์ปลา ภายในพิพิภัณฑ์ The Museum of Natural History
แห่งนี้จำเป็นจะต้องใช้แมลงกินเนื้อเหล่านี้ในการกำจัดซากปลาหายากบางพันธุ์
ที่ต้องการเก็บเฉพาะแต่โครงกระดูกเอาไว้ได้อย่างยอดเยี่ยมมาก
นั่นคือเมื่อปล่อยพวกมันลงไปกินเนื้อปลากันอย่างตะกละตะกรามกันแล้ว
พวกมันจะแทะเนื้อเถือหนังปลานั้นอย่างรวดเร็วและเรียบร้อยเป็นที่สุด
และสุดท้ายซากปลานั้นก็จะกลายเป็นกระดูกที่สวยงามพอที่จะดำเนินการขั้นต่อไปได้ทันที

แต่ถ้าไม่มีแมลงพวกนี้มาช่วยงาน
เหล่าเจ้าหน้าที่ของกองฯนี้จะต้องลำบากในการนำปลาไปต้ม
เคี่ยวจนกระทั่งเนื้อหนังหลุดร่อนออกไปและยังต้องมาวุ่นวายกับการต่อกระดูกปลารวมกัน
เป็นตัวปลาอย่างลำบากลำบนคล้ายการต่อจิ๊กซอว์อีกด้วย

นอกจากการให้มันสวาปามซากปลาแล้วยังมีกสัตว์อื่น
ๆ ที่ทางพืพืธภัณฑ์ได้อาศัยแมลงเดอเมสธิด
ในการช่วยกัดกินเลือดเนื้อของมันพวกมันเหล่านั้นก็คือ สัตว์เลื้อยคลานต่าง
ๆ สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดเล็กหรือ แม้กระทั่งหัวอันใหญ่
โตของช้างที่ตายแล้วก็เป็นเหยื่ออันโอชะของแมลงพวกนี้
ไม่มีใครรู่ว่าถ้ามันกลุ้มรุมกัดกินสัตว์เป็น
ๆ แล้วจะเป็นอย่างไร
แต่กับซากสัตว์ที่ตายแล้วจำเป็นจะต้องนำซากสัตว์(โดยเฉพาะปลา)ไปผึ่งลมให้ความชื้นระ
เหยไปเสียก่อน พวกแมลงเหล่านี้จึงจะกินซากสัตว์อย่างร่าเริง แต่ถ้านังมีความชื้นอยู่มาก มันก็จะละเลยเสีย
แต่ถ้าเป็นกรณีสัตว์เป็น
ๆ นั้นทางพิพิธภัณฑ์ยังอุบเงียบอยู่ เพียงแต่บอกว่า
ถ้าปล่อยให้แมลงเหล่านี้เป็นอิสระหรือโบยบินสู่โลกภายนอกแล้วล่ะก็
มันคงสร้างความประหวั่นพรั่นพรึงได้ไม่น้อยเช่นกัน ดังนั้น
จึงจำเป็นอยู่เองที่จะต้อง "สังหาร"
พวกมันเสียทุกคราวที่นำแมลงเดอเมสธิดจำนวนหนึ่งนี้ออกมาใช้งาน
โดยที่ยังเก็บส่วนที่เหลือไว้ในที่เก็บอย่างดี
ในคลังเก็บของพิพิธภัณฑ์เพื่อเอาไว้กัดกินซากสัตว์ต่าง ๆ กันต่อไป
ไม่น่าเชื่อว่าเรื่องร้ายแรงแบบนี้จะถูก
"ปิดเงียบ" มานานถึง 70 ปีมาแล้ว
และเมื่อชาวโลกส่วนใหญ่ได้รับรู้เรื่องราวนี้เข้าไปแล้วจะมีความคิดเป็นเช่นไร
?
-------------------------------------------------------------
ข้อมูลจาก
http://www.thaimisc.com/freewebboard/php/vreply.php?user=rungroj&topic=2271
รูปภาพจาก
http://picdb.thaimisc.com/rungroj/2271.jpg
http://picdb.thaimisc.com/rungroj/2271-1.jpg
http://picdb.thaimisc.com/rungroj/2271-2.jpg
บล็อกที่มีเนื้อหานี้
http://akenetwork.exteen.com/20070727/entryedit @ 18 Nov 2007 20:22:53 by JaVaSaGi

แต่รู้สึกเหมือนว่า มันถูกใช้ พองานเสร็จก็ฆ่าทิ้ง สงสารมันอยู่ลึกนะเนี่ย
#1 By Crozzax on 2007-11-18 20:51