ตำนานมหาสงครามแรคนาร็อค Ragnarok



-ในอดีตคือ เป็นชื่อหนึ่งในตำนานชาวเหนือ (Norsemen) หมายถึงช่วงวาระสุดท้ายของเทพต่างๆ (คล้าย วันพิพากษาโลกในศาสนาคริสต์) โดยได้แบ่งฝ่ายกันต่อสู้จนตายเกือบหมดทั้งสามโลก เหลือรอดอยู่ไม่กี่องค์ แต่ก็พอที่จะสร้างโลกใหม่ที่เราอยู่กันทุกวันนี้ ภาวะอันวุ่นวายในช่วงเวลาดังกล่าวนี่แหละ ที่ทำให้ศิลปินสมองใสชาวญี่ปุ่นนำมาเขียนเป็น

-ชาวเหนือเชื่อกันว่า จักรวาลแบ่งออกเป็นเก้าโลก เป็นของชาวสวรรค์กับพวกเอลฟ์ ตัวขาวเสียสาม เป็นของมนุษย์ (ซึ่งเรียกว่า แผ่นดินมิดเดิ้ลการ์ด ฟังแล้วชวนคิดถึงชื่อ มิดเดิ้ลเอิร์ท ในเรื่อง เดอะ ลอร์ด ออฟ เดอะ ริง-มหันตภัยแห่งแหวน ยังไงไม่รู้) คนแคระ เอลฟ์ตัวดำ และยักษ์นํ้าแข็งอีกสี่ และใต้พิภพอีกสอง ทว่าความไม่ลงรอยกันในระหว่างเผ่าพันธุ์ เหล่านี้เริ่มมาตั้งแต่โลกเริ่มต้น ตั้งแต่สิ่งมีชีวิตสิ่งแรก โผล่ออกมาจากภาวะนํ้าแข็ง และไฟที่รุนแรง โดยเฉพาะระหว่างเทพกับยักษ์นํ้าแข็ง ความสัมพันธ์อันหมิ่นเหม่เปราะบาง ถูกทอนให้ร่อยลงทุกทีด้วยความเกลียดชัง ระหว่างกัน เสริมด้วยฟืนแห่ง ความโกรธแค้นนานาประการ ตั้งแต่ที่ โลกิ เทพจอมโกง หากลวิธีเข่นฆ่า บาลเดอร์ เทพแห่งความงามและความดี ก่อให้เกิดความแค้นคุอยู่ในใจเทพทั้งมวล ยิ่งนานวันความกระหายจะทำสงครามก็ปะทุมากขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งถึงช่วงรักนาร็อค ความเดือดดาล ความโลภ และความเกลียดชังก็ระเบิดออกมา ในรูปของสงครามครั้งยิ่งใหญ่ที่สุด ในตำนานของชาวเหนือ

-สงครามระหว่างเทพกับยักษ์นํ้าแข็งครั้งนี้เกิดบนทุ่งวิกฤติ (Vigrid-วิกริด ฟังแล้วเหมือน วิกฤติ และความหมายก็แทบจะคล้ายกันด้วย) หลังจากฤดูหนาว แสนทารุณที่ยาวเหยียดถึงสามปี พวกเทพนำโดย โอดิน ธอร์ รวมทั้งวิญญาณนักรบผู้กล้าที่ขึ้นไปอยู่ในวัลฮัลลา ส่วนพวกยักษ์นำโดยโลกิ เทพจอมโกง กับวิญญาณจากนรก หมาป่า เฟนเรอ (Fenrir) และ! ประหลาดจากท้องทะเล จอร์มุน กานด์ (Jormungand)

-เริ่มด้วยสวรรค์ แอสการ์ดถูกทำลายลง และสะพานรุ้งนํ้าแข็ง ก็ถูกยักษ์เซิร์ทจุดไฟเผาจอร์มุนกานด์ (พญางูแห่งมิดเดิ้ลการ์ด) ดีดตัวขึ้นจาก ทะเลที่กำลังเดือดขึ้น ไปโอบตัวเหนือทุ่งวิกฤติ พ่นพิษไปทั่วทุกทิศทาง หมาป่าเฟนเรอแหกที่คุม ขัง พาฝูงหมาป่าเข้าพิฆาตมนุษย์ มันไม่เพียงแต่จะทำลายล้าง สิ่งมีชีวิตต่างๆ แต่กลืนกินดวงอาทิตย์ และดวงจันทร์ จน โลกทั้งโลกตกอยู่ในความมืด โลกิจอมลวงแล่นเรือพายักษ์นํ้าแข็งข้ามทะเล ที่ปั่นป่วนไปสู่ทุ่งสังเวียน ขณะที่ เฮล ลูกสาวของเขาก็พาวิญญาณขึ้นมาจากนรก มันเป็นสงครามที่แม้แต่ อิกดราซิล (Yggdrasil) ต้นไม้แห่งจักรวาลก็ยังสั่นไหว ด้วยแรงแค้นแห่งผู้อาศัยทั้งมวล

-โอดินผู้ล่วงรู้ชะตาลิขิต ถึงแม้จะรู้ว่าจะต้องแพ้สงคราม แต่ก็สู้จนเลือดหยาดสุดท้ายอย่างกล้าหาญ ในที่สุดโอดินถูกเฟนเรอฆ่า ส่วนธอร์ โอรสของโอดิน แม้จะสังหารจอร์มุนกานด์ได้ แต่พิษของมันทำให้เขาสิ้นชีพ โลกิปลํ้าอยู่กับ เฮมดาล เทพแห่งแสงสว่างคู่ปรับตลอดกาล และต่างคนต่างตายเพราะคมดาบของอีกฝ่าย หมู่บริวารไม่ว่าเทพ หรือยักษ์ต่างล้มตายเกลื่อนกลาด ทั่วท้องทุ่งเต็มไปด้วยซากศพ

-ครั้นแล้ว เมื่อสงครามแผ่วลง จนเซิร์ทยักษ์แห่งไฟเห็นว่าพวกตน ไม่มีทางชนะอย่างเด็ดขาด ก็กวัดแกว่งดาบเวียนเหนือศีรษะ จุดไฟให้ลุกทั่วทั้งเก้าโลก เผาผลาญราชวังแอสการ์ดแห่งสวรรค์ มิดเดิ้ลการ์ดแผ่นดินของมนุษย์ รวมทั้งแผ่นดินนรกใต้พื้นพิภพ หวังให้ไฟนั้น "ล้าง" ทุกสิ่งทุกอย่างไม่ให้มีอะไรเหลือ แผ่นดินจมหายลงไปใต้สมุทรอันเดือดพล่าน เป็นการสิ้นสุดจักรวาลของชาวเหนือ

-ดูเหมือนว่าท่ามกลางความโหดร้าย ทุกๆ อย่างจะสิ้นสูญ ทว่าก่อนที่สงครามจะอุบัติ มนุษย์ สองคน ลิฟและลิฟธราเซอร์ (ผู้ชายกับผู้หญิงคู่หนึ่ง เหมือนกับอดัมกับอีฟยังไงไม่รู้) แอบไปกำบังตัวอยู่บนต้นไม้แห่งโลกอิกดราซิล กระทั่งโลกใหม่ (แผ่นดินใหม่) ผุดขึ้นจากนํ้า เขียวชอุ่มงดงามอีกครั้ง ทั้งสองก็ออกมาจากที่ซ่อนเพื่อสร้างพลเมืองให้โลก รวมทั้งเทพชั้นลูกชั้นหลานอีกหลายองค์ที่เหลือรอด เช่น ลูกของโอดิน คือ วิดาร์, วาลี และ โฮเนอร์ ลูกของธอร์ คือ โมดิ และ แมกนิ ผู้สืบทอดค้อน และทั้งบาลเดอร์ผู้กลับมาจากความตาย ต่างก็ช่วยกันสร้างโลกกันใหม่ คงเป็นโลกที่เราอยู่กันในปัจจุบัน (ละมั้ง)

-เรื่องแรคนาร็อค เป็นสงครามที่ซาบซึ้งอยู่ในใจ ของพวกไวกิ้งเป็นอันมาก มันผนึกอยู่ในตำนานที่สร้างศรัทธา ในการต่อสู้อย่างห้าวหาญ ทั้งนี้ เพราะชาวเหนือเป็นพวกที่ชอบการรบ และไม่เกรงกลัวความตาย เขามีชีวิตอย่าง "ยามศึกเรารบ ยามสงบเราไปปล้น" ทำให้กลายเป็น พวกรุกรานยุโรป หลังจากโรมันเสื่อมอำนาจ อย่างช่วยไม่ได้ และสงครามที่ไวกิ้งรบแต่ละครั้ง ก็จะตราความน่ากลัว อยู่ในความทรงจำ ของคนชนิดลืมไม่ลง จนมีการบันทึกไว้หลายที่

ทว่า ในมุมมองของชาวไวกิ้งแล้ว

สงครามครั้งใด ก็ไม่รุนแรงเท่าที่เกิดขึ้น ในแรคนาร็อค
--------------------------------------------------------------------------------------------------
ข้อมูลเปรียบเทียบและเพิ่มเติมจาก



หนังสือ ปวงเทพผู้นิราศ
ผู้แต่ง: พัณณิดา ภูมิวัฒน์
สำนักพิมพ์/จัดจำหน่าย : นวนิตา
จำนวนหน้า: 302
ISBN : 974-93420-8-9

ตำนานมหาสงครามแรคนาร็อค Ragnarok เพิ่มเติม
ขอชี้แจงก่อน ว่าเนื้อหาที่นำมานี้ เอามาจากหนังสือ "ปวงเทพผู้นิราศ" ของคุณพัณณิดา ภูมิวัฒน์

-เริ่มตั้งแต่เรื่องการสร้างโลก แต่แรกนั้นโลกแบ่งเป็นสองดินแดน คือนิเฟลไฮม์ (Niflheim) เป็นแดนหิมะหนาวเย็นอยู่ทางเหนือ และมุสเปลไฮม์ (Muspelheim) เป็นแดนเพลิงร้อนแรงอยู่ทางใต้ ตรงกลางเป็นอากาศเวิ้งว้างว่างเปล่าเรียกว่า
กินนุนกากัป (Ginnungagap)
ต่อมาแม่น้ำสิบเอ็ดสายไหลมาจากนิเฟลไฮม์ แล้วก็แข็งตัวเป็นน้ำแข็งถมเต็มกินนุนกากัป แต่พอแผ่ไปใกล้ถึงมุสเปลไฮม์ น้ำแข็งก็ละลาย เกิดเป็นยักษ์น้ำแข็งชื่อยิมีร์ (Ymir) และแม่วัวอูดุมลา (Audumla) ยิมีร์ดื่มนมของอูดุมลาเป็นอาหาร และอูดุมลาก็เลียน้ำแข็งเป็นอาหาร เมื่อยิมีร์หลับ เหงื่อของยิมีร์กลายเป็นยักษ์น้ำแข็งขึ้นมา และเป็นต้นเผ่าพันธุ์ของพวกยักษ์ ส่วนอูดุมลาก็เลียน้ำแข็งไปจนเจอรูปคนนอนอยู่ในน้ำแข็ง ก็เลียไปจนน้ำแข็งละลาย ร่างนั้นก็กลายเป็นคนชื่อบูรี (Buri) บูรีมีบุตรชื่อบอร์ (Bor) บอร์สมรสกับนางยักษ์น้ำแข็งเบสต์ลาและมีบุตรสามคน คือโอดิน (Odin) วิลิ (Vili) และวี (Ve) ซึ่งเป็นเทพเจ้าชุดแรก

-โอดินกับน้องทั้งสองฆ่ายักษ์ยิมีร์และล้างเผ่าพันธุ์ยักษ์น้ำแข็ง เหลือแต่ยักษ์ชื่อ เบอร์เกลมีร์กับภรรยาซึ่งรอดไปได้ และเป็นต้นเผ่าพันธุ์ของเหล่ายักษ์ในภายหลัง จากนั้นโอดินกับน้องๆ ก็ลากร่างของยิมีร์เข้าไปในกินนุนกากัป เอาเนื้อสร้างเป็นแผ่นดิน กระดูกและฟันเป็นภูเขา เลือดเป็นแม่น้ำและทะเล กะโหลกเป็นท้องฟ้า สมองเป็นเมฆ แล้วก็เอาเปลวไฟจากมุสเปลไฮม์โยนขึ้นไปในท้องฟ้า กลายเป็นพระอาทิตย์ พระจันทร์ และดาว ส่วนมนุษย์คู่แรกนั้นสร้างขึ้นจากไม้แอชและเอล์ม โดยสร้างผู้ชายจากต้นแอช ชื่อว่าอัสค (Ask) และสร้างผู้หญิงจากต้นเอล์ม ชื่อเอมบลา (Embla)


-โลกในตำนานไวกิ้งประกอบด้วยสามชั้น มีต้นยิกดราซิล (Yggdrasil) เป็นประธาน ต้นยิกดราซิลมีสามราก แต่ละรากก็อยู่ในแต่ละชั้น คอยยึดดินแดนต่างๆ ให้อยู่คงที่ โลกสามชั้นนี้แบ่งออกเป็นเก้าโลก ชั้นบนสุดคือที่อยู่ของเทพเจ้าและพวกเอลฟ์ มีสามโลก คือ

- อัสการ์ด (Asgard) เป็นที่อยู่ของเทพกลุ่มแอซิร์
- วานาไฮม์ (Vanaheim) เป็นที่อยู่ของเทพกลุ่มวานิร์
- อัลฟ์ไฮม์ (Alfheim) เป็นที่อยู่ของพวกเอลฟ์

โลกชั้นกลาง มีสี่โลก คือ
- มิดการ์ด (Midgard) เป็นที่อยู่ของมนุษย์
- โยทุนไฮม์ (Jotunheim) เป็นแดนยักษ์
- นิดาเวลลีร์ (Nidavellir) เป็นที่อยู่ของคนแคระ
- สวาร์ตอัลฟ์ไฮม์ (Swartalfheim) เป็นดินแดนของเอลฟ์ดำ หรือ Dark Elf

โลกชั้นล่างสุด คือสองโลกที่เหลือ ประกอบด้วย
- นิเฟลไฮม์ หรือ เฮล (Hel) เป็นดินแดนหิมะอันหนาวเย็น เป็นถิ่นของคนตาย มีราชินีชื่อเฮลปกครอง บางครั้งก็เรียกดินแดนนี้ตามชื่อของราชินีเฮล คนที่ป่วยตายหรือแก่ตายจะต้องมายังเฮล ส่วนคนที่ตายอย่างกล้าหาญในสนามรบจะได้ไปอยู่กับโอดินในวังวัลฮัลลส
- มุสเปลไฮม์ เป็นถิ่นของยักษ์ไฟ มีซูร์ต (Surt) เป็นผู้ปกครอง

-ขอพูดถึงเทพเจ้ากลุ่มวานิร์ (Vanir) ก่อนแล้วกัน เทพกลุ่มนี้มีหัวหน้าคือนจอร์ด (Njord) เป็นกษัตริย์แห่งท้องทะเล มีวัลอยู่ใต้สมุทร สมรสกับยักษิณีชื่อสคาดิ (Skadi) แต่สคาดิรักแผ่นดินและภูเขามากกว่าวังใต้น้ำ ส่วนนจอร์ดชังแผ่นดิน
ในที่สุดทั้งสองจึงแยกทางกัน
นจอร์ดและสคาดิมีบุตรชายหญิงชื่อเฟรย์ (Freyr) และเฟรย่า (Freyja) เฟรย์มีดาบวิเศษที่ขยับได้ตามใจนึก และเรือวิเศษที่สามารถขยายใหญ่พอให้เทพทุกองค์ขึ้นไปหรือย่อลงจนเก็บใส่กระเป๋าได้ ส่วนเฟรย่าเป็นเทพีที่แห่งความรักและความงาม มีสร้อยคอวิเศษชื่อบริซินกาเมน และเป็นผู้ควบคุมความอุดมสมบูรณ์เช่นเดียวกับภรรยาของธอร์อีกด้วย

-เทพอีกองค์หนึ่งชื่อแอกิร์ (Aegir) เป็นเทพสมุทรเช่นเดียวกับนจอร์ด แอกิร์มีบุตรสาวเก้าคนซึ่งมีหน้าที่ทำให้คลื่นเคลื่อนไหว ธิดาของแอกิร์เหล่านี้มีนิสัยแปรปรวน และมักลากเอากะลาสีเรือแตกลงมาอยู่ด้วย เก้าคนนี้มีบุตรชื่อไฮม์ดัลล์ (Heimdall) เป็นยามรักษาสะพานรุ้งที่เชื่อมระหว่างอัสการ์ดกับมิดการ์ด ไฮม์ดัลล์มีเขา!ชื่อจาลล์ ซึ่งเมื่อถึงวันแรกนารอค ไฮม์ดัลล์จะเป่าเขานี้สะเทือนไปทั่วโลกทั้งเก้า

-ส่วนเทพเจ้ากลุ่มแอซิร์ (Aesir) มีเทพโอดินเป็นหัวหน้า มีภรรยาคือฟริกก์ โอดินมีดวงตาข้างเดียวมีอาวุธเป็นหอกชื่อกุงนีร์ (Gungnir) มีม้าแปดขาชื่อ สลิปนีร์ (Sleipnir) มีกาสองตัวชื่อ ฮูกินน์ (Huginn ความคิด) และมูนินน์ (Muninn ความจำ)

-เทพีแห่งชะตากรรมทั้งสามที่เรียกว่านอร์น ได้บอกโอดินว่า วันหนึ่งโลกจะล่มสลายในวันมหาวินาศแรกนารอค (Ragnarok) โอดินจึงพยายามหาความรู้เพื่อป้องกัน เขายอมเสียตาข้างหนึ่งเพื่อจะได้ดื่มน้ำในบ่อแห่งปัญญา ไปขโมยเหล้าแห่งบทกวีจากพวกยักษ์ที่โยทุนไฮม์ แขวนตัวเองไว้กับต้นยิกดราซิลเก้าวันเก้าคืนเพื่อเรียนรู้เกี่ยวกับคนตาย โอดินมีเทพีนักรบในสังกัดของตนคือพวกวาลคีรี (Valkyrie) คอยรวบรวมนักรบกล้าหาญที่ตายในสงคราม โอดินสร้างวังชื่อวัลฮัลลา มีกำแพงเป็นหอกทอง หลังคาเป็นโล่ทองให้นักรบเหล่านั้นอยู่ โดยจะให้นักรบเหล่านี้ออกสู้กับยักษ์และ!ร้ายต่างๆ ในวันแรกนารอค
โอดินมีบุตรชื่อ ธอร์ (Thor) เป็นนักรบที่เก่งกล้าที่สุดในบรรดาเทพเจ้า ธอร์เป็นเทพแห่งสายฟ้า มีอาวุธประจำตัวคือค้อนมจอลล์นิร์ (Mjollnir) เวลาขว้างค้อนจะทำให้เกิดสายฟ้าฟาดลงมายังแผ่นดิน ธอร์มีภรรยาชื่อซิฟ (Sif) เป็นเทพีแห่งความอุดมสมบูรณ์

-โอดินยังมีบุตรชื่อบัลเดอร์ (Balder) และโฮเดอร์ (Hoder) บัลเดอร์เป็นเทพแห่งแสงสว่าง มีภรรยาชื่อนันนา (Nanna) และมีบุตรชื่อฟอร์เซติ (Forseti) ซึ่งเป็นเทพแห่งความยุติธรรม ส่วนโฮเดอร์เป็นเทพแห่งความมืด

-เทพสำคัญอีกองค์หนึ่งคือทีร์ (Tyr) เป็นเทพที่ได้รับการยกย่องว่ากล้าหาญที่สุด เมื่อครั้งที่เหล่าเทพจะมัดสุนัขป่าเฟนรีร์ เฟนรีร์ไม่ยอมให้มัดจนกว่าจะมีเทพองค์ใดเอามือใส่ปากมัน ทีร์จึงเอามือใส่ปากเฟนรีร์ พอเหล่าเทพมัดเฟนรีร์ได้แล้วไม่ยอมปล่อย เฟนรีร์จึงกัดมือทีร์ขาด ทีร์เป็นเทพแห่งกฎหมายและความยุติธรรม เวลาคนไวกิ้งกล่าวคำสาบานจะต้องอ้างชื่อทีร์เป็นพยาน

-ในกลุ่มเทพแอซิร์ มีบุตรของยักษ์อยู่คนหนึ่ง คือโลกิ (Loki) โลกิสาบานเป็นพี่น้องกับโอดิน จึงได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในพวกเทพแอซิร์ โลกิเป็นคนรูปงามมีสติปัญญา แต่ชอบเล่นตลกกลั่นแกล้งคน และมักทำอะไรเกินเลยจนเกิดปัญหา และเป็นต้นเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดวันแรกนารอค โลกิมีภรรยาชื่อซิกิน (Sigyn) มีบุตรสองคน แต่ก็ยังลอบเป็นชู้กับนางยักษ์อังร์โบดา (Angrboda) มีบุตรสามคน บุตรคนโตคือสุนัขป่าเฟนริร์ ซึ่งกัดมือทีร์ขาด คนรองเป็นมังกรสมุทร์ยักษ์โยมุนกันด์ ส่วนคนสุดท้องคือเฮล ราชินีนรก มีร่างครึ่งหนึ่งเป็นหญิงงาม อีกครึ่งเป็นซากศพเน่าเปื่อย เหล่าเทพเจ้าเป็นว่าบุตรของโลกิเหล่านี้จะเป็นภัย จึงมัดเฟนรีร์ไว้ด้วยเชือกวิเศษของคนแคระ โยนโยร์มุนกันด์ลงทะเล และเนรเทศเฮลไปยังนิเฟลไฮม์

-อยู่มาวันหนึ่ง บัลเดอร์ฝันว่าตัวเองจะตาย จึงไปหาบิดามารดาเล่าฝันให้ฟัง โอดินได้ฟังก็ลงไปยังนิเฟลไฮม์เพื่อหาวิญญาณนักพยากรณ์คนนึ่ง นักพยากรณ์นั้นว่าบัลเดอร์จะต้องตาย ฟริกก์จึงไปหาสรรพสิ่งทั้งปวงในโลก ขอให้สาบานว่าจะไม่ทำร้ายบัลเดอร์ ทุกสิ่งทั้งดินน้ำลมไฟ โรคภัยไข้เจ็บ พืชและสิ่งมีชีวิตต่างๆ ก็ยอมสาบาน ยกเว้นกาฝากของต้นโอ๊คที่เรียกว่ามิสเซิลโท

-พวกเทพเจ้าเห็นบัลเดอร์โดนอะไรก็ไม่ตาย จึงสนุกสนานด้วยการโยนของต่างๆ ใส่บัลเดอร์ โลกิมีใจอิจฉาจึงไปหลอกถามฟริกก์จนรู้ว่ามิสเซิลโทไม่ได้สาบาน จึงเอากิ่งมิสเซิลโทมาทำลูกศร แล้วหลอกโฮเดอร์ซึ่งตาบอดให้ขว้างศรมิสเซิลโทใส่บัลเดอร์ แล้วก็จับมือโฮเดอร์ยิงศรนั้นโดนหัวใจของบัลเดอร์ตาย ฟริกก์ให้คนลงไปขอไถ่ชีวิตบุตรกับเฮลที่นิเฟลไฮม์ เฮลบอกว่าหากทุกสิ่งในโลกร้องไห้ให้กับบัลเดอร์จะยอม ทุกสิ่งในโลกจึงพากันร้องไห้ ยกเว้นนางยักษิณีตนหนึ่งซึ่งเป็นโลกิปลอมตัวมา เฮลเห็นยังมีคนไม่ร้อง ก็ไม่ยอมคืนบัลเดอร์ พวกเทพจึงต้องนำร่างกับสมบัติของเขาใส่เรือเผาไฟปล่อยให้ลอยไป นันนาภรรยาของบัลเดอร์โศกเศร้าจนหัวใจแตกสลายตาย

-หลังการตายของบัลเดอร์ อัสการ์ดกับวานาไฮม์ก็มีแต่ความเศร้าหมอง ในที่สุดเทพเจ้าทั้งหลายจึงจัดงานรื่นเริงขึ้นเพื่อบรรเทาความทุก โดยที่โลกิไม่ได้รับเชิญ แต่ระหว่างงาน โลกิก็เข้ามา และเริ่มแฉความลับและจุดอ่อนของเทพแต่ละองค์ ระหว่างนั้นธอร์เพิ่งจะมาถึง โกจึงว่าอย่างหยาบคายแล้วหนีไป ไม่ช้า พวกเทพก็รู้ว่าโลกินี่เองที่เป็นเหตุให้บัลเดอร์ตาย พวกเทพจึงออกล่าโลกิ และตัดสินให้ลงโทษโลกิ โดยสาปบุตรคนหนึ่งของโลกิกับซิกินให้เป็นสุนัขป่า แล้วให้ไปกัดน้องชายตัวเองจนตาย แล้วก็เอาเครื่องในของบุตรที่ตายมาพันธาการโลกิไว้กับหินคมในถ้ำแห่งหนึ่ง เอางูพันไว้ที่หินย้อยเหนือศีรษะให้งูนั้นหยดน้ำพิษลงมาใส่ใบหน้า ซิกินภรรยาของโลกิก็เพียรเอาชามมารองพิษไว้ แต่พอชามเต็ม นางก็ต้องออกไปเททิ้ง ตอนนั้นพิษก็จะตกต้องหน้าโลกิอีก

ต่อไปนี้จะเป็นเรื่องของวันแรกนารอค จะขอโควทมาจากหนังสือเลย ดังนี้
"...ความตายของบัลเดอร์และการลงโทษโลกิเป็นสัญญาณเริ่มต้นของวันแรกนารอค ไม่ช้าพวกยักษ์ก็ดุร้ายขึ้น มนุษย์รบพุ่งฆ่าฟันกันเอง มิดการ์ดหนาวเป็นกลายเป็นน้ำแข็ง ทำให้คนทั้งหมดพากันตาย จะมีเพียงสามีภรรยาคู่หนึ่งที่ปีนขึ้นไปบนต้นยิกดราซิลเท่านั้นจึงรอดชีวิตได้ หมาป่าอุปราคาสโคลล์และฮาติจะกลืนกินพระอาทิตย์พระจันทร์ได้สำเร็จ ดาวจะดับแสง และโลกจะตกอยู่ในความมืดมิด โลกิกับเฟนรีร์จะหลุดจากที่ขัง โยร์มุนกันด์จะสะบัดตัวให้คลื่นเข้าท่วมแผ่นดิน โลกิจะเข้ากับพวกยักษ์และทำทัพบุกอัสการ์ด เฮลจะขึ้นจากนรกมาร่วมศึกกับบิดา เขา!ของไฮม์ดัลล์จะดังไปทั่วพิภพทั้งเก้า เทพเจ้าและยักษ์จะรบกันในสมรภูมิชื่อวิการ์ด (Vigard) เฟนรีร์จะฆ่าโอดิน และจะถูกบุตรของโอดินฆ่า โลกิกับไฮม์ดัลล์ และธอร์กับโยร์มุนกันด์จะจับคู่รบกันจนตายทั้งสองฝ่าย ทีร์จะรบกับหมาป่าเฝ้าประตูนรกชื่อการ์ม (Garm) และพากันตายเช่นเดียวกัน แล้วจ้าวแห่งมุสเปลไฮม์ ซูร์ต ก็จะทำเพลิงผลาญอัสการ์ดและมิดการ์ดจนพินาศในที่สุดปฐพีจะจมลงในทะเลหายสูญไป เช่นนี้เองจึงเรียกว่าวันมหาวินาศแรกนารอค
แต่แม้พิภพทั้งเก้าจะพินาศ ต้นยิกดราซิลก็ยังคงอยู่ และโลกใหม่จะผุดขึ้นจากทะเล สามีภรรยาที่รอดตายเพราะปีนต้นยิกดราซิลชื่อ ลีฟ (Lif) และลีฟธราซิร์ (Lifthrasir) จะสมรสมีบุตรหลานและทำให้มนุษย์กลับเต็มพื้นแผ่นดินอีกครั้ง
ก่อนที่พระอาทิตว์จะถูกสโคลล์กลืน นางจะให้กำเนิดบุตรสาว และบุตรสาวนั้นจะกลับมาให้แสงสว่างแก่โลกอีก บุตรของโอดินชื่อวิดาร์ (Vidar) และวาลิ (Vali หรือ Vale) จะรอดชีวิตพร้อมกับบุตรของธอร์ชื่อโมดิ (Modi) และแมคนิ (Magni) ซึ่งจะหาค้อนที่หายไปของบิดาจนพบ บัลเดอร์ นันนา และโฮเดอร์จะได้กลับฟื้นขึ้นจากนรก และคนทั้งปวงจะอยู่กันอย่างสันติสุขชั่วนิรันดร์..."

จบตำนานแรกนารอค หาหนังสือ "ปวงเทพผู้นิราศ" มาอ่านได้ ท้ายเล่มมีแหล่งค้นข้อมูลเพิ่มเติม
-----------------------------------------------------------------------
ข้อมูลจาก
หนังสือ ปวงเทพผู้นิราศ
http://main.bitanime.net/viewtopic.php?p=22936#22936
----------------------------------------------------------------------
รูปภาพประกอบจาก
http://www.timelessmyths.com/norse/gallery/ragnarok.jpg
http://www.siamnovella.com/images/books/kt0461.jpg

Comment

Comment:

Tweet

#4 By (125.25.219.252) on 2008-06-19 14:45

ดีวะงานนี้

#3 By ~lจ้าชาEรoงlท้าllตะ~ (202.143.178.195) on 2008-01-30 10:29

Hello! Good Site! Thanks you! clodzxisthmmo

#2 By cjxgygoytm (212.107.116.240) on 2008-01-28 08:32

#1 By นก (222.123.149.156) on 2007-10-25 11:23